Bookmark and Share Add to Favorites
เมนูหลัก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา




images by free.in.th
เพิ่มเพื่อน



Holiday Group
  Leelawadee Holiday
  Image Holiday
  Image Corporation
ข้อมูลอื่นๆ
  พยากรณ์ซากุระปี 2014
  เช็คสภาพอากาศทั่วโลก

ตามรอย อิคคิวซัง ณ วัดคินคะคุจิ

 

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)

 

                วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือ วัดพลับพลาทอง (Golden Pavilion) หรืออีกชื่อ วัดศาลาทอง เป็นวัดที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือว่าหากคุณได้มาเที่ยวที่โตเกียวแล้วไม่ได้มาที่วัดนี้ ถือได้ว่ายังไม่มาถึงโตเกียว วัดคินคะคุจิสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1940 ศาลาสีทองที่เห็นในปัจจุบันเพิ่งได้รับการแปะผนังทองไปเมื่อปี พ.ศ.2530 ที่ผ่านมา จึงมองเห็นเหลืองอร่ามสะท้อนในสระน้ำอย่างสวยงาม

              หากเดินทางไปทางทิศตะวันตกตามถนนคิตะโอจิโดริ จะผ่านสวนสาธารณะฟุนาโอกะยามะโคเอ็น เพื่อไปยังวัดคินคะคุจิ หรือวัดศาลาทอง ซึ่ง รู้จักกันดีที่สุดในเกียวโต วิหารสร้างในปี 1955 จำลองแบบจากของเดิมในศตวรรษที่ 15และเพิ่งหุ้มทองคำครั้งหลังสุดในปี 1987 วิหารมี 3 ชั้น โดยชั้นแรกมีลักษณะเป็นพระราชวัง ชั้นที่สองเป็นแบบบ้านซามูไร

                ส่วนชั้นที่สามเป็นแบบวัดเซน คินคะคุจิตั้งอยู่กลางทัศนียภาพอันเหมาะเจาะ ผืนน้ำในสระกว้างเบื้องหน้าสะท้อนประกายระยับกั้นโอบด้วยแมกไม้ สวนเดินเล่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นตั้งอยู่ในบริเวณคัต สึระริคิว หรือพระตำหนักแปรพระราชฐานคัตสึระ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของสถานีเกียวโตบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคัดสึระงาวะ สวนนี้มีเรือนน้ำชาชั้นดีหลายแห่งซึ่งมองออกไปแลเห็นสระน้ำกว้างตรงกลาง ความประณีตงามเรียบของพระตำหนักที่ชูงะคุอิง ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นอาคารสามชั้นนั้นดูเพริศไปด้วยจินตนาการมากกว่าหากเทียบกับพระตำหนักคัตสึระ 

                ท่านอาจจะจำได้ การ์ตูนเรื่องอิคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา ก็จำลองเรื่องราวเหตุการณ์ของศาลาทองในวัดนี้ให้เป็นปราสาทของท่านโชกุน (โชกุนอาชิกางะ โยชิมิสึ (Ashikaga Yoshimistsu) และบุตรชายของเขาที่เป็นเจ้าของพลับพลาหลังนี้ ก่อนที่จะยกให้เป็นทรัพย์สมบัติของวัดโรกุนนอนจิ (Rokuonji : อีกชื่อของวัดนี้) ในเวลาต่อมา พลับพลาหลังนี้เคยถูกลอบวางเพลิงในปี พ.ศ.2493 โดยพระภิกษุที่บวชอยู่ในวัด พระรูปนี้บวชเข้ามาแล้วเกิดความหลงใหลในความงามของพระวิหารและคิดว่าการที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของความงานต้องเผาทำลายวัตถุแห่งความงามนั้นไปด้วย จึงได้มีการสร้างใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2498ก่อนทางออกจะมีการขอพรโดยการเขียนขอพรที่แผ่นไม้ “อิคคิว” โดยส่วนมากจะเขียนขอให้มีสติปัญญาหลักแหลม ฉลาดแบบอิกคิวซัง

การเดินทางไป วัดคินคะคุจิ (Ginkakuji Temple)

  ·         นั่งรถบัสสาย 101, 102, 204, 205 จากสถานีรถไฟเกียวโต ลงที่ป้าย Kinkakuji-michi แล้วเดินต่ออีก 300เมตร (ประมาณ 5 นาที) จะถึงทางเข้าวัด

  ·         นั่งรถบัสสาย 12, 59 ลงที่ป้าย Kinkakuji-mae

*** แนะนำให้ซื้อ ตั๋วแบบวันเดย์พาส Kyoto City Buses One Day Pass ในราคา 500 เยน สามารถขึ้นรถบัสในเมืองเกียวโตได้ทุกสายไม่จำกัดจำนวนเที่ยว หาซื้อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บริเวณขวามือเมื่อออกจากประตูสถานีรถไฟ(หันหน้าไปที่เกียวโตโดม)\

 

เวลาเปิด

  ·         09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม

  ·         ผู้ใหญ่ 400 เยน

  ·         เด็ก 300 เยน