Bookmark and Share Add to Favorites
เมนูหลัก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา




images by free.in.th
เพิ่มเพื่อน



Holiday Group
  Leelawadee Holiday
  Image Holiday
  Image Corporation
ข้อมูลอื่นๆ
  พยากรณ์ซากุระปี 2014
  เช็คสภาพอากาศทั่วโลก

เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี..

 

 

เรื่องโดย : Tomalin

 

เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี... 

              “ในบรรดาสี่ฤดู.... ชอบฤดูไหนที่สุด” ใครบางคนเคยโยนคำถามนี้ให้เราเมื่อนานมาแล้ว ก่อนหน้านั้นเราเคยโปรดปรานหน้าหนาวสุดๆ เพราะฝันอยากวิ่งเล่นบนหิมะสีขาวโพลนแบบที่เห็นในเมืองหนาว แต่วันนั้นท่ามกลางสวนที่แต่งแต้มไปด้วยใบไม้หลากหลายเฉดสี... เรากลับเปลี่ยนใจตอบไปทันทีว่า ฤดูใบไม้ร่วงสวยงามที่สุด

                นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำไมช่วงใกล้ปลายปี เราจึงอยากหาโอกาสไปชมความงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีตามเมืองต่างๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ใดหรือครั้งไหน จิตรกรเอกที่ชื่อธรรมชาติยังคงสรรค์สร้างผลงานชิ้นเยี่ยมให้ได้ชมในรูปแบบที่ไม่เคยซ้ำกันเลยสักครั้ง มาหนนี้เราจึงขอแวะไปเสพงานศิลป์จาก 2 จิตรกรเอกแห่งเอเชีย คือจีนและญี่ปุ่นกัน

 

กำแพงเมืองจีนกับภูเขาหลากสี

                ฤดูใบไม้ร่วงหนนี้ เรามีจุดหมายแรกอยู่ที่กำแพงเมืองจีน ‘ด่านมู่เถียนอวี่’ ...อย่าเพิ่งทำหน้าเบ้เบื่อกำแพงนะคะ เพราะหนนี้เรามีทีเด็ดอยู่ที่ การชมวิว On Top ด้วยมุมมองจากที่สูงลงสู่เบื้องล่าง ได้เห็นวิวแบบพาโนราม่า ที่สำคัญด่านนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมน้อยเพราะอยู่ค่อนข้างไกล ส่งผลให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่และได้ถ่ายรูปแบบไม่แก่งแย่ง แม้กับคนที่ไปกำแพงเมืองจีนมาแล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใหม่เมื่อมาที่นี่ สำหรับเราแค่ย่างเท้าไปถึงจุดขายบัตรผ่านก็เริ่มสนุกแล้ว เพราะเขามีทางเลือกในการขึ้นและลงให้เลือกถึง 3 วิธี คือ Ropeway ฟีลแบบนั่งชิงช้าม้านั่ง ห้อยขาต่องแต่งแฉลบยอดไม้ ผ่านทิวเขา ลมตีกันสนุกสนานปนเสียว หรือจะเลือก Cable Car กระเช้าลอยฟ้าที่ปิดมิดชิดแต่มีหน้าต่างกระจกให้คุณส่องชมวิวอย่างปลอดภัย สุดท้ายที่ไม่ว่าหนุ่มสาวคนไหนเห็นเป็นต้องจิ้มขอลอง คือ Toboggan เป็นการลงเขาแบบนั่งบนถาดแล้วสไลด์ลงมาตามรางที่สร้างไว้ แน่นอนว่าข้าพเจ้าขอเลือกขึ้นเขาแบบชิงช้าม้านั่งให้ลมหนาวซัดสาดหน้าเล่นและขาลงขอจัดถาดไว้สไลด์ให้สะใจ

                ต้องบอกว่าการนั่งกระเช้าลอยฟ้าตากลมในฤดูใบไม้ร่วงนี่สนุกและเพลินสุดๆ เพราะทั้งเนินเขาถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้น้อยใหญ่สีเขียว เหลือง และเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีแดงเพลิง ติดอยู่ที่ลมหนาวนั้นระดมบาดหน้าซ้ายขวานั้นทำเอาแก้มชาไปได้เหมือนกัน เมื่อขึ้นถึงกำแพงเมืองจีน ด่านมู่เถียนอวี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะนั่กท่องเที่ยวที่ค่อนข้างน้อย แถมส่วนใหญ่เป็นคนยุโรปซึ่งถือว่าเป็นผู้ชมเวอร์ชั่นเงียบสงบ เน้นเสพมากวิจารณ์น้อย ยิ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนได้มาผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แต่ขึ้นชื่อว่ากำแพงเมืองจีน โดยเฉพาะที่ด่านมู่เถียนอวี่นี้มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีป้อมทั้งหมด 25 ป้อม ซึ่งถือว่าถี่มากหากเทียบกับกำแพงเมืองจีนด่านอื่นๆ ส่งผลให้พวกเราต้องใช้พลังในการเดินขึ้นเนินกันพอสมควร แต่เรื่องวิวนั้นสวยติดตาตรึงใจมากๆ ต้องบอกว่าการได้ชมทิวทัศน์จากบนกำแพงเมืองมองเห็นแมกไม้และทิวเขาหลากสีทอดตัวไปยาวสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้ากว้างสีครามนั้น ช่วยขับให้ทริปนี้เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งฤดูกาลที่แม้แต่ภาพถ่ายก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดความงามออกมาได้หมด

                หมดเวลาการชมวิว เราขอซ่าต่อด้วยการลงเขาแบบถาดสไลด์ที่เล็งเอาไว้แต่ต้น ดูเผินๆ เหมือนจะน่ากลัว แต่นอกจากรางที่ทำลัดเลาะคดเคี้ยวไปตามเนินอย่างพอดีแล้ว ตัวถาดเองเขาก็มีคันโยกไว้ให้เบรกหรือเลี้ยวได้ เอาเป็นว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ลมพัดเย็นกว่าโหนกระเช้าชิงช้าแน่ๆ แถมความมันนั้นมีมากกว่ากันหลายเท่าตัว...ฮ่าฮ่า

 

Romance in autumn

                ไปสนุกบุกกำแพงมันๆ กันที่เมืองจีนแล้ว ขอเปลี่ยนไปชมฤดูใบไม้ร่วงแบบอ่อนหวานสไตล์ญี่ปุ่นกันบ้าง เรื่องการท่องเที่ยวเชิงอินเลิฟกับธรรมชาตินั้น พี่ยุ่นเขาไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ฤดูหนาวชมหิมะ ฤดูใบไม้ผลิชมดอกซากุระ ฤดูร้อนเดินป่า พอถึงฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยไม้หลากสี แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นต้องไม่พลาดแน่นอน เราจึงขอคัด 3 ไฮไลท์ จาก 3 เมืองดังของญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วงมาแนะนำกันค่ะ

                เริ่มด้วย นิกโก้ เมืองขนาดกะทัดรัดในจังหวัดโทจิกิ ทางเหนือของโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบสงบ เรียบง่าย อบอุ่น ที่นี่นอกจากจะโด่งดังเรื่องทิวทัศน์ที่งดงามสุดๆ แล้ว ยังมีวัดและศาลเจ้าที่ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย เราเริ่มจากการแวะชมน้ำตกเคงอนอันขึ้นชื่อที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งน้ำทั้งหมดไหลมาจากน้ำในทะเลสาบชูเซนจิ ภาพที่เราเห็นตรงหน้าคือสายน้ำตกสูงสีขาวโพลนตกลงมาจากความสูงถึง 100 เมตร ส่งเสียงซู่ซ่า แวดล้อมไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้เหลืองแดงหลากเฉดสลับกันไปมา สวยงามจนเคลิ้มไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ในตัวเมืองนิกโก้ยังมีเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุด เรียกว่า อิโรฮะซะกะ ที่มีต้นแปะก้วยขึ้นเรียงรายไปตามถนนขึ้นไปจนถึงเนินเขา เรียกว่าสวยและโรแมนติกจนเกือบหยุดหายใจเลยทีเดียว ส่วนใครอยากไปเยี่ยมเยียนแหล่งมรดกโลก คือศาลเจ้าโทโชกุ ผลงานชิ้นเอกของช่างฝีมือโบราณซึ่งได้ผสมผสานศิลปะแบบพุทธและชินโตเข้าด้วยกันจนออกมาวิจิตรตระการตากว่าแห่งอื่นๆ

                อีกแห่งที่พลาดไม่ได้คือ เมืองเซนได ที่ได้รับฉายาว่า City of Trees เพราะมีต้นเซลโคว่ากว่า 60 ต้น บนถนนโจเซนจิและถนนอาโอบะ แถมทั้งเมืองยังแวดล้อมไปด้วยกำแพง ปราสาท และต้นไม้มากมาย ดังนั้นในฤดูกาลใบไม้ร่วงอย่างนี้ เมืองเซนไดจึงกลายเป็นเมืองแห่งสีสันตามธรรมชาติที่งดงามสุดๆ แค่เพียงได้เดินเล่นในเมือง คุณก็จะพบเห็นใบไม้สีเหลืองสลับแดงอยู่ทั่วทุกแห่งหน เหมาะสำหรับคนที่อยากท่องเที่ยวในเมืองพร้อมชมความงามของธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน เพราะนอกจากจะมีวัดและปราสาทโบราณให้เที่ยวชมแล้ว ที่นี่มีแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่ออย่างย่านอิจิบังโจอันใหญ่โตที่เต็มไปด้วยร้านรวงสารพัดแบบและร้านอาหาร รับรองว่าอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มตา  

             ปิดท้ายมนต์เสน่ห์ความงามของธรรมชาติกันที่ เมืองเกียวโต อันเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อคงหนีไม่พ้น วัดคิโยมิสึ หรือที่เรียกกันว่า ‘วัดน้ำใส’ เพราะที่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ใสแจ๋วถึงสามสายไหลลงมาจากเทือกเขา ผู้คนนิมยมมาดื่มน้ำที่นี่เพราะถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เดิมทีวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม มีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี  ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในมรดกโลกอันเก่าแก่

                จุดเด่นของวัดนี้คือ วิหารหลักของวัดที่ตั้งอยู่ริมผา โดยฐานของวิหารนั้นใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่ยักษ์นับร้อยต้นวางซ้อนทับกันขึ้นไป ส่วนตัวอาคารนั้นไม่ใช้การตอกตะปู แต่ใช้สลักยึดแทน ที่พลาดไม่ได้เลยคือระเบียงวัด ซึ่งยื่นออกไปเหนือหน้าผา ทำให้สามารถเห็นเมืองเกียวโตได้ทั้งเมือง ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบนี้ คุณจะเห็นเมืองเกียวโตผ่านทิวไม้หลากสีซึ่งพากันล้อมตัวเมืองเป็นกรอบสีเขียว เหลือง ส้ม แดง ให้ความรู้สึกสดใสและอบอุ่นสุดๆ มาถึงนี่แล้วอย่าลืมแวะไปดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์กันที่แม่น้ำสามสายด้วยนะ ว่ากันว่าแม่น้ำแต่ละสายจะให้ผลลัพท์ที่แตกต่างกัน คือ สายแรกจะทำให้สมหวังด้านการศึกษา สายที่สองจะพบกับความรัก และสายที่สามจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง หวังอะไรลองไปดื่มขอพรกันได้ หรือถ้าจะเหมาหมดทั้งสามสายก็ไม่ว่ากันค่ะ อย่าลืมเล็งห้องน้ำเผื่อไว้ละกัน เพราะที่นี่คนเยอะมา....ก

                ชมวิวทิวทัศน์มามากแล้ว ขากลับอย่าลืมแวะเดินเล่นซื้อของฝากกันที่ถนนหน้าทางเข้าวัดค่ะ มีของกระจุกกระจิกน่ารักเต็มไปหมด น่าซื้อหามาฝากคนทางบ้านมากๆ ครั้นหันไปเห็นบรรดาหนุ่มสาวควงคู่กันมาเดินเล่น ชี้นกชมไม้ ซื้อของ ถ่ายรูปคู่กันกระหนุงกระหนิง ก็เกิดอาการเหงาขึ้นมานิดๆ มาคิดดูแล้ว ถ้าความโรแมนติกสามารถแปรผันไปตามฤดูกาล

 

                ฤดูใบไม้ร่วง คงเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คนอยากอินเลิฟเป็นที่สุด